ยูโร 2024 ฝรั่งเศส เส้นทางสู่แชมป์! บทวิเคราะห์โอกาสตราไก่
สโมสรฟุตบอล โอลิมปิก มาร์กเซย์ ​
หุ้นส่วนอย่างเป็นทางการในเอเชีย​
ยูโร 2024 ฝรั่งเศส เส้นทางสู่แชมป์! บทวิเคราะห์โอกาสตราไก่
ดีมีตาร์ เบอร์บาตอฟ
แบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างเป็นทางการ
Previous slide
Next slide

ยูโร 2024 ฝรั่งเศส เส้นทางสู่แชมป์! บทวิเคราะห์โอกาสของ “ตราไก่”

ยูโร 2024 ฝรั่งเศส เส้นทางสู่แชมป์! บทวิเคราะห์โอกาสตราไก่

ยูโร 2024 ฝรั่งเศส เส้นทางสู่แชมป์! บทวิเคราะห์โอกาสของ "ตราไก่"

ยูโร 2024 ฝรั่งเศส เส้นทางสู่แชมป์! บทวิเคราะห์โอกาสของ "ตราไก่" ใกล้ถึงศึกยูโร 2024 เข้ามาทุกที บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์โอกาสของทีมชาติฝรั่งเศส "ตราไก่" ในการคว้าแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 3 พวกเขาไม่เคยสัมผัสแชมป์รายการนี้ตั้งแต่ ดาวิด เทรเซเกต์ ยิงประตูทองคำในศึกยูโร 2000 ถือเป็นช่วงเวลาที่แห้งแล้งพอสมควร แม้จะเกือบคว้าแชมป์ได้ในยูโร 2016 แต่สุดท้าย อแดร์ จากโปรตุเกส กลับเป็นฝ่ายยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ ช่วยให้โปรตุเกสคว้าแชมป์เมเจอร์รายการแรกในระดับทีมชาติชุดใหญ่

ฝรั่งเศสผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาอย่างสบายๆ เสมอกับกรีซเพียงแค่ 1-1 ในนัดเดียวเท่านั้น ส่วนเกมอื่นเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด โดยถล่มยิบรัลตาร์ 14-0 สร้างสถิติใหม่ไปด้วย

บททดสอบก่อน ยูโร 2024 ฝรั่งเศส ยังไม่ค่อยน่าประทับใจ

หลังจบรอบคัดเลือก ฝรั่งเศสลงเล่นอุ่นเครื่อง 2 นัด แพ้เยอรมัน 0-2 และชนะชิลี 3-2 ฟอร์มการเล่นทั้งสองนัดไม่ค่อยน่าประทับใจ สร้างเสียงวิจารณ์และความกังวลจากแฟนบอล

เส้นทางลุ้นแชมป์ของฝรั่งเศส ในยูโร 2024

โปรแกรมยูโรรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D

  • พบกับออสเตรีย (17 มิถุนายน เวลา 21:00 น. ) - ฝรั่งเศส เคยเจอกับออสเตรียในศึกเนชั่นส์ ลีก ล่าสุด ชนะ 1-0 ที่บ้านตัวเอง แต่แพ้ 1-1 ที่เวียนนา ถือเป็นคู่ที่สูสี แม้ฝรั่งเศสจะค่อนข้างเหนือกว่าในสถิติการเจอกัน
  • พบกับเนเธอร์แลนด์ (21 มิถุนายน เวลา 21:00 น. ) - แม้เนเธอร์แลนด์จะยังไม่กลับมาอยู่ในช่วงพีคเหมือนเคย แต่ก็กลับมาผ่านเข้ารอบสุดท้ายในทัวร์นาเมนต์สำคัญได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งสองทีมเคยเจอกันในรอบคัดเลือก โดยฝรั่งเศสชนะทั้งเหย้าและเยือน นับเป็นการเจอกัน 8 ครั้งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ฝรั่งเศสแพ้เพียงแค่ครั้งเดียว
  • พบกับโปแลนด์ (25 มิถุนายน เวลา 18:00 น. ) - ถือเป็นคู่ที่ง่ายที่สุดในกลุ่ม ฝรั่งเศสเคยเจอกับโปแลนด์แค่ครั้งเดียวในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ชนะ 3-1 ในฟุตบอลโลก 2022

หากฝรั่งเศสเป็นแชมป์กลุ่ม D

หากฝรั่งเศสคว้าแชมป์กลุ่ม D ซึ่งเป็นตัวเต็ง พวกเขาจะต้องเจอกับรองแชมป์กลุ่ม F ถ้าหากเป็นไปตามฟอร์มการเล่น คู่แข่งน่าจะเป็น เช็ก หรือ ตุรกี หรืออาจจะเป็น จอร์เจีย หากโปรตุเกสเป็นแชมป์กลุ่ม ในรอบก่อนรองชนะเลิศ คาดว่าจะเจอกับแชมป์กลุ่ม E ซึ่งมีโอกาสเป็น เบลเยียม หรือ ยูเครน แต่ก็มีโอกาสที่จะเจอกับทีมอันดับ 3 จากกลุ่มอื่นๆ ที่สามารถเอาชนะแชมป์กลุ่ม E ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ ในรอบรองชนะเลิศ อาจจะต้องเจอกับ แชมป์กลุ่ม C อย่างอังกฤษ, ทีมอันดับ 3 จากกลุ่ม D/E/F

ยูโร 2024 ฝรั่งเศส มีโอกาสแค่ไหน?

มองในแง่ดี ฝรั่งเศสมีแววประสบความสำเร็จ พวกเขามีนักเตะระดับโลกมากมาย รั้งอันดับ 1 ของฟีฟ่า (FIFA Ranking) และเคยคว้าแชมป์โลก 2018 มาแล้ว นอกจากนี้ ทีมยังมีประสบการณ์แกร่งกล้าในระดับทัวร์นาเมนต์ จุดแข็งของฝรั่งเศสคือ ผู้เล่นตัวหลักมากประสบการณ์ แม้จะเป็นนักเตะดาวรุ่ง แต่ก็แบกรับประสบการณ์จากรุ่นพี่ได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ ทีมยังมีขุมกำลังสำรองที่แข็งแกร่งในแทบทุกตำแหน่ง แถมยังมี คีlian เอ็มบั๊ปเป้ นักเตะระดับโลกอยู่ในทีม ซึ่งทำผลงานเฉลี่ยเกินกว่า 1 ประตูต่อเกมในรอบคัดเลือก รวมถึงกองกลางคู่พระกาฬจากเรอัล มาดริด อย่าง ออเรเลียน ชูอาเมนี และ เอEduardo คามาวินกา ที่เคยผ่านการชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว อีกทั้ง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ดาวซัลโด้เก่า และ อองตวน กรีซมันน์ ตามที่วิเคราะห์ เส้นทางลุ้นแชมป์ของฝรั่งเศสค่อนข้างสบาย แม้จะจบแค่รองแชมป์กลุ่มก็ตามอุปสรรคที่ขวางทาง ฝรั่งเศสในยูโร

อุปสรรคใหญ่สุดของฝรั่งเศส อาจจะเป็นอังกฤษ หากทั้งสองทีมเป็นแชมป์กลุ่ม พวกเขาจะต้องเจอกันในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นคู่宿敌 (sook thù - archrival) ที่เคยเจอกันในฟุตบอลโลก 2022 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นแมตช์ที่สูสี ต่างฝ่ายต่างมีประวัติศาสตร์การเจอกันมาอย่างยาวนาน แม้ฝรั่งเศสจะเคยเอาชนะอังกฤษมาได้หลายครั้ง อีกหนึ่งอุปสรรคคือเสียงวิจารณ์ต่อ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์  หัวหน้าผู้ฝึกสอน แม้เขาจะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในฐานะโค้ช แต่แฟนบอลบางกลุ่มไม่พอใจแทคติกการเล่นที่เน้นรับมากกว่ารุก เดส์ชองส์ เชื่อว่าฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ ทีมที่เสียประตูน้อย ย่อมมีโอกาสคว้าแชมป์มากกว่า ทัศนคติแบบนี้ถูกมองว่าขาดความสวยงาม แต่ผลงานที่ออกมาคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของเขา

เดส์ชองส์ น่าจะใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 เหมือนเดิม คู่กลางตัวรับอย่าง ชูอาเมนี และ คามาวิงกา จะคอยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแนวรับ แบ็คทั้งสองข้างเน้นเกมรับเป็นหลัก ฌูลส์ กุนเด้ สามารถเติมเกมรุกได้ โดยมี Théo Hernandez เติมเกมรุกทางด้านซ้าย แผนการเล่นนี้จะช่วยให้ เอ็มบั๊ปเป้ เล่นได้อย่างอิสระ ส่วน ชิรูด์ จะทำหน้าที่เป็นตัวเป้า มาร์คัส ตูราม, ร็องดาล โคโล มูอานี, มูซ่า ดิอาบี, และ คิงสลีย์ โกมัน ต่างเป็นตัวสำรองชั้นยอดที่จะเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ วอร์เรน แซร์ แอเมอรี ดาวรุ่งพุ่งแรง ก็มีโอกาสเบียดแย่งตำแหน่งในกองกลาง

ขุมกำลังแกร่งพร้อมลุ้นแชมป์ ยูโร 2024 ของฝรั่งเศส

แฟนบอลฝรั่งเศสคาดหวังให้ทีมคว้าแชมป์เสมอ แม้จะเป็นความกดดันที่สูง แต่ด้วยนักเตะระดับโลกและประวัติศาสตร์อันยาวนาน พวกเขาก็มีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จ สื่อมวลชนฝรั่งเศส มักจะยกย่องทีมชาติ แต่ก็พร้อมที่จะวิจารณ์ทีมหากผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ

RSS
Follow by Email
Pinterest
Instagram
Telegram